วันที่สอง เสาร์ 28 มิย. 51
ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ยังอยู่ในรถ มองออกไปนอกหน้าต่าง
แสงไฟสลัวๆ ดูนาฬิกา เป็นเวลาตี 4 แต่เวลามาเลฯ หมุนเร็วกว่าเราชม. นึง
ข้างนอกหน้าต่างเป็นสิ่งก่อสร้างที่บ่งบอกว่านี่เราเข้าเขตเมืองแล้ว
เย้ๆ คงจะถึง KL แล้วอ่ะจิ หันไปมองด้านซ้าย เจ้าชายก็ตื่นแล้วเหมือนกัน
ซักพักรถบัสก็ไปจอดให้พวกเราลงที่ที่นึง เป็นที่เหมือนหมอชิตบ้านเราล่ะมั๊ง
ก็ลงไป ก็เหมือนบ้านเราก็จะมีคนมาถามว่า แท๊กซี่มั๊ยๆๆ ก็บอกว่า โนๆๆๆ
แล้วก็เข็นกระเป๋า เดินต๊อกแต๊กกันไป
ภาระกิจแรกคือ เราจะหาร้านขายตั๋วรถขากลับไปหาดใหญ่ก่อน
ก็ได้ที่ที่บริษัทรถทัวร์ที่เรานั่งมาแนะนำให้ ก็เอาบริษัทเดิมแหละ
เพราะว่าเพิ่งนั่งมาก็โอเคดีนะ ในที่สุดก็เจอเค้าเตอร์จองตั๋ว
เอ แต่ยังไม่เปิดแฮะ เพิ่งตีห้ากว่าๆ เอง แต่ก็ยืนดูตารางรถก่อน
พักเดียว มีคนเข้าไปอยู่ในเค้าเตอร์ เปิดกระจก เราก็เลยทำการจองกันเลย
ระหว่างที่ทำการจอง หันหลังกลับไปดูอีกที อ้าว ไมแถวมันยาวนัก
มีคนต่อคิวเราอยู่ประมาณ 6-7 คนได้มั๊ง
ดีนะที่เรามารอเป็นคิวแรก จองเสร็จก็งงๆ ว่าจะไปขึ้นรถไฟทางไหนดีหว่า
ที่เราอยู่นี่คือ Puduraya ก็ดูในแผนที่ แล้วก็เข้าไปที่ตัวตึกสถานีขนส่ง
สรุปก็ถามเขาดีกว่า ว่า LRT ขึ้นทางไหน อ้อ อยู่หลังตึก ก็เดินๆๆ ไป
ลากๆๆ กระเป๋า ไปก็เหนื่อยเหมือนกัน (เจ้าชายเหนื่อยนะ อิอิ)
จริงๆ ดูในแผนที่ที่พักเราก็ไม่ไกลเท่าไหร่
แต่ด้วยความงก และความชัวร์ว่าเราจะไม่ถูกแขกที่นี่หลอกฟันเงินค่าแท๊กซี่
เราเลยมุ่งมั่นว่าเราจะใช้รถไฟฟ้า นี่แหละ เป็นพาหนะหลักในการเดินทาง
แต่ช้าก่อน นี่มันเช้าเกินไปนี่นะ เฮ้อ ก็ต้องรอรถไฟฟ้าเปิดก่อน
เรายืนรอ พร้อมกับชาวบ้านหลายๆ คนประมาณหลายสิบนาที
ในที่สุด 6 โมงสถานีก็เปิด ดูแผนที่ตอนนี้เราอยู่ที่สถานีรถไฟลอยฟ้า Plaza Rutyat
เป็นสายสีเขียว แต่จุดหมายเป็นสถานีใต้ดินที่ Ampang Park สายสีชมพู
ก็ต้องไปต่อรถไฟที่ Masjid Jamek ก่อนเค๊อะ โอเช ลุยยย
ไปถึง Ampang Park ในเวลาไม่นาน ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ววว
จาก Ampang Park เดินแค่ 5 นาทีก็ถึงที่พักแล้ว เย้ๆ
ที่พักที่เราจะพักคืนนี้ชื่อว่า PNB Darby Park ไม่ใช่โรงแรมนะเออ
แต่เป็น Serveiced Apratment เค๊อะ
ได้อภินันทนาการมาจากพี่ที่บริษัท ที่บริษัทส่งมา Onsite project ที่มาเลฯ
บังเอิญจริงๆ ว่าเราได้คุยกับพี่ที่ทำงานแล้วพี่เขาก็บอกว่าพี่คนนี้มาออนไซด์อยู่
แล้วพี่เขากลับไทยช่วงนั้นจะกลับมาวันจันทร์
แล้วที่พักบริษัทก็จองให้เป็นรายเดือนอยู่แล้ว ให้เรายืมที่พักได้เลย
อะไรๆ มันก็ลงตัว งานนี้ประหยัดได้เยอะเล้ยยย
เจอโรงแรมแล้วก็ทำเนียน ขึ้นห้องพัก เพราะว่าไปเอาการ์ดห้องมาเรียบร้อยแล้ว

เปิดไปก็เจอทางเดินยาวๆ ด้านขวาเป็นห้องครัวเล็กๆ มีตู้เย็น
ไมโครเวฟ เตาปิ้ง กาน้ำร้อน เตา ซิงค์ล้างจาน
เดินเข้าไปด้านขวาเป็นห้องนอน และข้างในห้องนอนเป็นห้องน้ำ
ด้านซ้ายเป็นห้องนั่งเล่น โต๊ะกินข้าว โอ้ สบายจิงๆ อยู่ฟรี
แถมได้ที่พักอย่างหรู (สำหรับเรา) ก็เพราะขนาดเตารีดยังมีให้เลยอ่ะ เครื่องแฟกซ์ก็มี
เอาล่ะ โอ้เอ้ไม่ได้ เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ เตรียมไปเที่ยวดีกว่า
เกือบแปดโมงก็ออกจากที่พัก นั่ง LRT ไปสถานี KLCC ซึ่งอยู่ถัดไปเพียงแค่ 1 สถานี!!!
ราคา LRT 1 สถานีก็คนละ 1 ริงกิต หรือคนละ 10 บาท
ไปถึงก็หาทางไปจองคิวขึ้นตึกปิโตรนาสก่อง เค้าน์เตอร์เปิดให้จองตอน 8.30
แต่นี่ตอน 8 โมงกว่า คิวคนมารอยาวเหยียด

โอ้พระเจ้า จะได้ตั๋วขึ้นไหมเน๊าะ ก็รอๆ ซักพัก จะมีคนใส่เสื้อแดงมาแจกบัตรคิวให้
แล้วเขาก็จะเช็คจำนวนที่เราจะขอ คนนึงที่อยู่ในแถวจะขอได้ไม่เกิน 5 ใบเท่านั้น
เช็คเสร็จ ถ้าบัตรหมด เขาก็จะขึ้นป้ายว่า บัตรของวันนี้หมดแล้วว
เราแอบไปถามพี่รปภ. ว่ามีบัตรพอไหม วันนึงแจกบัตรกี่ใบเหรอ
เขาบอกว่าพันกว่าใบ เฮ้อ ค่อยอุ่นใจหน่อย สรุปว่าเราได้บัตรขึ้นวันนี้แน่นอน
แต่ได้กี่โมงต้องรอต่อไป แถมก็ต้องดูอีกว่าจะได้บัตรขึ้นของรอบกี่โมง
ระหว่างนี้ก็ร้องเพลงรอๆๆๆ ลูกเดียว ส่วนเราแอบอู้ไปรอนั่งรอนอกแถวบ้าง
ให้เจ้าชายยืนต่อคิวไป 55 ไม่นานเท่าไหร่หรอก แค่ 2 ชม. เอง
10 โมงกว่าเราก็ประสบความสำเร็จ ^__^ ได้ตั๋วมาสองใบ สมใจ รอบ 14.15 น.
จากนั้นเราก็ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า ใต้ตึกแฝดนี้ก็จะเป็นห้างหรูชื่อ Suria KLCC
ซึ่งเหมือนกับห้างระดับพาราก้อนบ้านเรา
ก็ไปถามหาฟู้ดคอร์ทกัน ประชาสัมพันธ์บอกว่าสองชั้นค่ะ อยู่ชั้นสองกับชั้นสี่
โอเช เราไปชั้นสองกันก่อน ก็ไปกินบะหมี่น้ำไก่กัน เจ้าชายก็เลือกกินร้านเดียวกับเรา
สองชามจ่ายไป 18.90 ริงกิต ก็เกือบๆ 200 บาทอ่ะนะ แต่ชามใหญ่ชะมัด

กินเสร็จก็ไปเที่ยวดีกว่า เด๋วบ่ายต้องกลับมาขึ้นตึกแฝดค่อยกลับมาเที่ยวห้างต่อ
ก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินจาก KLCC ไปที่ Masjid Jamek ค่ะ เที่ยว Masjid Jamek
ตอนแรกเห็นปิดประตูรั้ว นึกว่าเขาไม่ให้เข้าซะแล้ว
แต่พอเดินไปใกล้ๆ ก็มีคนมาเปิดประตูให้
เราก็เดินเข้าไป แล้วเขาก็ถามว่า เราเป็นมุสลิมหรือเปล่า เราบอก โนค่ะ
เขาก็เลยพาไปข้างๆ ตึกทำการก่อน แล้วก็เอาผ้าคลุมผมสีเขียวมาโพกให้
แล้วก็บอกว่าให้พวกยูนะ ถ่ายรูปแค่รอบๆ นะ อย่าเข้าไปข้างในกันล่ะ เราก็โอเค
ถ่ายรูปจนพอใจก็ออกจากมัสยิดกัน เอาผ้าคลุมผมไปคืนก่อนออกจากมัสยิด
จากนั้นเลี้ยวซ้ายออกจากมัสยิดเดินตรงไป เจอแยกก็เลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเรื่อยๆ
ซักพักก็จะเจออาคารสุลต่านอับดุลซามัคอยู่ด้านซ้ายเลยยย สวยมากๆ มีหอนาฬิกาด้วย
เดินข้ามถนนดีกว่า จะได้ถ่ายรูปตึกได้กว้างๆ

ถัดไปเขาเรียกว่า Merdeka Square มีเสาธงด้วย เป็นที่ที่ธงยูเนี่ยนแจ๊กของอังกฤษ
ถูกลดลงจากเสาและธงชาติมาเลฯ ถูกเชิญขึ้นเราเป็นครั้งแรก
วันนี้มาเลฯ แดดแรงจังเลยแหละ ทำเอาเหนื่อยเลยย
ก็เลยนั่งพักซักพัก ก็ที่จะเดินกลับไปสถานี Masjid Jamek
แล้วก็กลับ KLCC ดีกว่าไปถ่ายรูปตึกแฝดกัน ตึกอะไรไม่รู้ส๊วยยสวยย ไฮโซ ชอบมากกก

ถ่ายรูปจนเริ่มละลายเพราะแดดร้อนมาก ก็เข้าตึกดีกว่า เด๋วเย็นขอมาแก้มือใหม่
ใกล้บ่ายสองก็มารอขึ้นตึกแฝด พอได้เวลาเขาก็พาไปในห้องดูหนังเล็กๆ ก่อน
แจกบัตรห้อยคอ และแว่นสามมิติ ให้ดูเรื่องราวเกี่ยวกับตึกแฝดประมาณ 10 นาทีได้
จากนั้นก็รอขึ้นตึก ก่อนอื่นต้องเอ๊กซเรย์กระเป๋ากับตัวก่อน
พอผ่านก็ให้ขึ้นลิฟท์ ไปชั้นที่ 41 เป็นชั้นที่มีทางเชื่อมระหว่างสองตึก
เขาบอกให้ถ่ายรูป 8 นาที เราก็นึกว่าถ่ายรูปเสร็จจะพาไปไหนอีก
สรุปถ่ายรูปกันเสร็จก็ให้ลงแย้ววอ่ะ โห เค้ามารอรับบัตรตั้งสองชม. น้าา
เฮ้อ เอาล่ะแค่นี้ก็โอแหละ เพราะเขาบอกว่าข้างบนก็ไม่มีอะไรนอกจากออฟฟิสทำงานน่ะ
จากนั้นก็ซื้อขนม น้ำ ของกิน ขอกลับไปตั้งหลักที่โรงแรมกันก่อนดีกว่า
เพราะเหนื่อย เมื่อยเหลือเกิน ตอนเย็น หลังจากอาบน้ำ แปลงร่าง ออกมาเที่ยวอีกรอบ
อ้อ ขอเจ้าชายแวะ KLCC ก่อง เพราะอยากถ่ายรูปตึกตอนกลางคืน
เจ้าชายชวนซื้อขนมปังไว้ก่อนตอนเช้าที่ร้านโรตีบอย ไม่แพงด้วย
จากนั่งก็นั่งจาก KLCC ไปลงที่ DangWagi แล้วก็เดินไปสถานี BK Nanus
ขึ้นโมโนเรล ไปลงที่ BK Bintang เป็นถนนที่มีร้านอาหาร
ร้านขายของต่างๆ แผงลอยก็มี คล้ายๆ มีผับ บาร์ น่าจะเทียบได้กับสุขุมวิทบ้านเรา
ในที่สุดก็เจอร้านที่เราน่าจะฝากท้องได้ ก็ลุยเลยยค่ะ
เห็นคนในร้านเยอะๆ วุ่นวายๆ แบบนี้น่าจะอร่อยและราคาไม่แพงมากนะ
ก็สั่งไก่มาครึ่งตัว ไก่ผัดเปรี้ยวหวาน ผัดผักรวมมิตร ก็กินกัน
แต่กินเท่าไหร่ไก่ก็ไม่หมดอ่ะ เยอะจัด
เลยบอกเฮียแกว่าขอเอากลับบ้านนะ แล้วก็เช็คบิล
ค่าเสียหายมื้อนี้ก็ 54 ริงกิต หรือ 540 บาท แต่อิ่มอร่อยถือว่าคุ้มม
จากนั้นก็เดินย่อย เอ๊ย เดินเล่นกัน ก็เจอตลาดขายของเป็นร้านแผงๆ
พวกพวงกุญแจสัญลักษณ์มาเลฯ เช่น ตึกแฝด หอคอย KL ไรแบบเนี้ย เพียบบบ
ก็เลยซื้อไป หลายอันเลยย แต่ปรากฏข้างในถูกกว่าอ่ะ โธ่ ไม่น่ารีบซื้อเลยยย
แต่ก็ซื้ออีกอ่ะ เพราะแต่ละร้านก็ของไม่เหมือนกัน งานนี้เลยได้ขอฝากญาติๆ เพียบบบ
ประมาณ 4 ทุ่มกว่า ก็ชวนกันกลับ เพราะว่ามัน 5 ทุ่มกว่าของมาเลฯ แล้วว
เด๋วจะไม่มีรถไฟฟ้าให้นั่งกลับซะเปล่าๆ
จบไปอีก 1 วันเต็มๆ